ถอดซิลิโคนจมูก กี่วันหาย รวมรีวิวและราคา รีบอ่านก่อนทำแล้วจมูกยุบ

ถอดซิลิโคนจมูก

ถอดซิลิโคน จมูก

การถอดซิลิโคนจมูกใช้ในการรักษาภาวะจมูกทะลุ มีข้อเสียที่เกิดขึ้นได้บ่อยได้แก่จมูกบุ๋ม ซึ่งสามารถป้องกันด้วยการเติมไขมัน หรือรองปลายจมูก โดยมีราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้และมาตรฐานของคลินิก หากเลือกที่ถอดจมูกไม่ดีแล้ว อาจทำให้จมูกเป็นรูหรือเกิดแผลเป็นในระยะยาวซึ่งแก้ได้ยาก

สารบัญ

ถอดซิลิโคน จมูก คืออะไร

การถอดซิลิโคนจมูก เป็นการนำซิลิโคนอันเก่าออก เพื่อลดการติดเชื้อ อักเสบ และลดแรงดันที่เกิดขึ้นบริเวณปลายจมูก ส่งผลให้สามารถพักจมูก เหมาะสำหรับคนที่มีปลายจมูกบาง ปลายจมูกแดง หรือจมูกทะลุ ซึ่งจากประสบการณ์ของหมอแล้ว

หากมี ปลายจมูกแดง และอักเสบบ่อยๆก็เป็นข้อบ่งชี้ในการถอดซิลิโคนจมูก โดยความสำคัญคือการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานอุปกรณ์ที่มีความสะอาด และเลือกวัสดุรองปลายโดยวางในชั้นที่เหมาะสม

ทำไมต้องถอดซิลิโคนจมูก

จมูกติดเชื้อ

ภาวะจมูกติดเชื้อจะทำให้เนื้อเยื่อปลายจมูก เกิดการอักเสบ และเปื่อยยุ่ย ส่งผลให้มีโอกาสจมูกทะลุมากขึ้น โดยการติดเชื้อมักสัมพันธ์กับการเกิดแผลบริเวณปลายจมูก เป็นไข้หวัด เกิดการเจ็บป่วย หรือทานอาหารที่ไม่สะอาด เนื่องจากซิลิโคนจมูกเป็นวัสดุนอกร่างกาย

จึงเป็นแหล่งที่เชื้อโรคสามารถเข้ามารวมตัวกันได้ หากเชื้อโรคมีปริมาณมากเพียงพอจะทำให้เกิดการติดเชื้อ และส่งผลเสียตามมาในอนาคต ทางแก้จึงเป็นการเอาวัสดุดังกล่าวออก โดยการถอดซิลิโคนจมูก เพื่อไม่ให้เกิดแหล่งสะสมเชื้อ

จมูกอักเสบ

จมูกอักเสบจะส่งผลให้จมูกบวม และการที่เม็ดเลือดขาว เข้ามาทำปฏิกิริยาบริเวณปลายจมูกจะทำให้ เนื้อเยื่อบริเวณนี้อ่อนตัวลง และบางลง ส่งผลให้เพิ่มโอกาสที่จะทำให้จมูกทะลุ อาการที่มักพบได้แก่ ปลายจมูกกดเจ็บ ปลายจมูกแดง ปลายจมูกบวม

โดยอาการดังกล่าวอาจขยายเป็นวงกว้างขึ้นไปถึงบริเวณสันจมูกหรือบริเวณระหว่างตา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการบวมและปวดเป็นอย่างมาก หากให้ยาที่ลดการอักเสบแล้วไม่หายจึงจำเป็นที่จะต้องถอดซิลิโคนจมูก

จมูกทะลุ

ในกรณีที่ซิลิโคนจมูกมีความโด่งหรือผู้มากเกินไป ส่งผลให้ จมูกทะลุ โดยจากการตรวจร่างกายจะพบว่ามีซิลิโคนทะลุออกมาจากบริเวณจมูกอาจเป็นบริเวณปลายจมูกหรือบริเวณขาของซิลิโคนภายในรูจมูกก็ได้ ซึ่งภาวะดังกล่าวบ่งบอกว่าขาดการดูแลที่มีประสิทธิภาพ หรือสายเกินแก้นั่นเอง

ถอดจมูกที่ไหนดี

โดยการแก้ไขจำเป็นที่จะต้องถอดซิลิโคนจมูกออก แล้วเย็บปิดแผลบริเวณปลายจมูก ซึ่งจากประสบการณ์ของหมอแล้วมักจะเกิดรอยแผลเป็นทิ้งไว้ตลอด ในบางรายอาจเกิดภาวะจมูกบุ๋มหรือจมูกเป็นรูตามมา

ขั้นตอนการถอดจมูก

ขั้นตอนการถอดจมูกจะใช้เวลาไม่นานโดยเริ่มจากการฉีดยาชาและกรีดเปิดแผลจากนั้นจะนำเอาซิลิโคนจมูกที่มีปัญหาออก โดยอาจมีการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างแผลบริเวณภายในเพื่อลดปริมาณเชื้อโรค หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำให้เกิดการอักเสบ หลังจากนั้นจะทำการเย็บปิดแผล

ถอดจมูกเจ็บไหม

เนื่องจากการถอดจมูกส่วนใหญ่มักเกิดในกรณีที่มีจมูกติดเชื้อหรือจมูกอักเสบ ดังนั้นจึงมักมาด้วยอาการเจ็บบริเวณปลายจมูกอยู่แล้ว ซึ่งในกระบวนการ ถอดจมูก จำเป็นที่จะต้องฉีดยาชา ซึ่งอาจจะเจ็บกว่าปกติ ในช่วงแรกที่เข็มสัมผัสผิวหนังเนื่องจาก

ผิวหนังในบริเวณนั้นเกิดการอักเสบอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อฉีดยาชาเข้าไปแล้วหลังจากนั้นคนไข้จะไม่เจ็บตลอดการผ่าตัด โดยยาชาที่เนสคลินิกใช้ จะใส่สารที่ลดความแสบของยาชาเพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้ของเราจะเจ็บน้อยที่สุด

ถอดซิลิโคนจมูก บวมกี่วัน

หลังจากถอดซิลิโคนจมูกอาจบวมนานกว่าปกติประมาณ 7 ถึง 14 วัน เนื่องจากจำเป็นที่จะต้องให้ร่างกายกำจัดการติดเชื้อหรือภาวะจมูกอักเสบออกไปได้ ซึ่งจะแตกต่างจากเสริมจมูกธรรมดาตรงที่ การเสริมจมูกธรรมดาจะไม่มีการติดเชื้อและไม่มีการอักเสบมากเท่ากับภาวะจมูกทะลุ

ถอดซิลิโคนจมูก รีวิว

โดยอาการบวมดังกล่าวสามารถลดได้โดยการประคบเย็นในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และการนอนหัวสูง จะช่วยทำให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีขึ้น ความสำคัญอยู่ที่การควบคุมการติดเชื้อ โดยวิธีลดบวมสามารถอ่านได้ที่ เสริมจมูก กินอะไรหายเร็ว 

โดยแพทย์ที่เนสคลินิก มักจะให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดและให้ยากินฆ่าเชื้ออย่างแรง บวกกับยาทาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ เพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมการติดเชื้อจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการรักษาภาวะจมูกทะลุโดยการถอดซิลิโคนจมูก

การดูแลหลังถอดซิลิโคน จมูก

หลังจากถอดซิลิโคนจมูก จะมีการดูแลที่แตกต่างจากการเสริมจมูกหรือทำจมูกแบบปกติเนื่องจาก การถอดจมูกส่วนใหญ่มักทำในกรณีที่มีการติดเชื้อหรือจมูกอักเสบ ดังนั้นการดูแลหลังถอดซิลิโคนจมูกจึงเน้นย้ำไปที่การลดการติดเชื้อและการลดการอักเสบ

โดยแนะนำให้ทำแผลเช้าเย็น งดการโดนน้ำเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน กินยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ ทำแผลโดยเซ็ตทำแผลที่ปราศจากเชื้อ เพื่อป้องกันเชื้อโรคใหม่เข้าไปบริเวณแผล หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด หรือ ของร้อนที่มีรสจัด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมูกไหล ซึ่งน้ำมูกที่สกปรกอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้

ถอดซิลิโคนจมูก กี่วันหาย

การถอดซิลิโคนจมูกใช้เวลา 7 ถึง 14 วันถึงจะหาย โดยในช่วงนี้คีย์เวิร์ดสำคัญคือการดูแลการติดเชื้ออย่างดี และลดภาวะจมูกอักเสบให้มากที่สุด ในบางรายอาจจำเป็นจะต้องกินยาเพื่อลดการอักเสบ ในกลุ่ม NSAID เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ถอดซิลิโคน พักจมูกกี่เดือน

หลังจากถอดซิลิโคน จำเป็นที่จะต้องพักจมูกเป็นเวลา 3 ถึง 6 เดือน เนื่องจากจมูกที่มีภาวะติดเชื้อหรือเกิดการอักเสบ หรือ จมูกทะลุมักมีจมูกที่บางกว่าปกติจึงจำเป็นจะต้องให้ร่างกายสร้างเนื้อจมูกใหม่ โดยในช่วงนี้จะแนะนำให้กินอาหาร ที่มีโปรตีน และวิตามินซี เป็นส่วนประกอบ เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจน

เพราะกระบวนการในการสร้างคอลลาเจนมักจะใช้โปรตีน และวิตามินซีเป็นส่วนประกอบ โดยจากประสบการณ์ คำถามที่เจอบ่อยคือ จมูกจะเหมือนเดิมไหม ซึ่งคำตอบก็ขึ้นอยู่กับว่ามีภาวะจมูกทะลุหรือเปล่าหากจมูกทะลุแล้วโอกาส จะกลับมาเหมือนเดิมก็เป็นไปได้ยาก เพราะจมูกเป็นรูไปแล้วนั่นเอง

ถอดซิลิโคนจมูก นอนตะแคงได้ไหม

ในการถอดซิลิโคนจมูกสามารถนอนตะแคงได้ตามปกติ เนื่องจากไม่มีซิลิโคนจมูกแล้วจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจมูกจะเบี้ยวเอียง สามารถนอนหนุนหมอน หรือ กอดหมอนข้างได้ตามปกติ หลีกเลี่ยงการนอนกับสัตว์เลี้ยง เช่น หมา หรือ แมวในช่วงแรกเนื่องจาก ขนที่สกปรกของหมาและแมวอาจกระตุ้นให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ

ถอดซิลิโคนจมูก กินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร

ในช่วงแรกของการถอดซิลิโคนจมูก สามมารถกินอาหารได้เกือบทุกอย่าง โดยจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินซีเป็นส่วนประกอบ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อปลา ผลไม้ที่มีวิตามินซีเป็นส่วนประกอบ เช่น ส้ม ฝรั่ง หรืออาจทานวิตามินซีเสิร์ฟก็ได้ โดยใช้วิตามินซี 1000 มิลลิกรัม แบ่งกินครึ่งเม็ด เช้าและเย็น

จะช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนได้ ห้ามกินอาหารที่ร้อน หรือมีรสจัด เนื่องจากจะกระตุ้นให้เกิดน้ำมูกไหล ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา ห้ามกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เนื่องจากอาจมีพยาธิและเชื้อโรคซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน

ปัญหาที่เกิดหลังจากถอดซิลิโคนจมูก

การถอดซิลิโคนจมูกมีปัญหาเกิดขึ้นได้หลายประการ ส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะ ปลายจมูกบาง และเนื้อจมูกที่น้อยกว่าปกติส่งผลให้เกิดปัญหาได้ดังนี้้

ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ

ในคนที่ปลายจมูกบากมากๆ เมื่อถอดซิลิโคนออกแล้วจะพบว่าปลายจมูกจะบุ๋มหรือเป็นรูเข้าไป เปรียบเหมือนกับบ้านที่พังลงมา ทำให้หลังคายุบเป็นรู ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดพังผืดหดรั้งและทำให้จมูกบุ๋มตลอดชีวิต จากความเห็นที่หมอเคยเจอ เคยคนไข้เคยถอดจมูกจากคลินิกอื่นที่ราคาถูก

ถอดจมูก

แล้วปรากฏว่า ไม่ได้แก้ไขถอดจมูกที่เหมาะสมส่งผลให้เมื่อถอดจมูกออกไปแล้ว เกิดภาวะจมูกบุ๋มหรือจมูกเป็นรูทำให้เกิดแผลเป็นไปตลอดชีวิต ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมากเพราะปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขและป้องกันได้ โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

การแก้ไขปัญหาหลังจากถอดซิลิโคนจมูก

จากปัญหาข้างต้นของการถอดซิลิโคนจมูก วิธีที่ป้องกันไม่ให้จมูกบุ๋ม หรือจมูกยุบ ก็จำเป็นที่จะต้องเอาวัสดุเข้าไปวางคั่นกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้หลังคาถล่มลงมาซึ่งในที่นี้หมายถึงเนื้อจมูกที่ยุบตัวลงมานั่นเอง ซึ่งวัสดุดังกล่าว ในทางการแพทย์มีได้หลายชนิด แต่ละชนิดก็จะมีข้อดีแตกต่างกันไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

เติมไขมัน ใส่ไขมัน

การเติมไขมัน เป็นการใส่ไขมันเข้าไปบริเวณปลายจมูกเพื่อป้องกันไม่ให้จมูกยุบ ข้อดีของวัสดุดังกล่าวคือหาได้ง่ายจากร่างกายของเราเองโดยส่วนใหญ่มักจะใช้เนื้อเยื่อไขมันบริเวณหลังหู หรือเนื้อเยื่อบริเวณก้นกบ โดยข้อดีคือมาจากร่างกายของเราเอง

ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ

แต่ข้อเสียคือจะเจ็บแผล สอง ที่ ได้แก่บริเวณจมูกและบริเวณหลังหู หรือ บริเวณก้นกบ แต่ในความเห็นของหมอแล้ว การเติมไขมันหรือใส่ไขมัน จะป้องกันได้เพียงชั่วคราว อีกทั้งหากใส่เยอะเกินไปปลายจมูกจะมีลักษณะกลมแป้น ทำให้เมื่อแก้จมูกครั้งต่อไปอาจมีทรงที่ไม่สวย

รองปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม

การรองปลายจมูกด้วย เนื้อเยื่อเทียม เป็นอีก หนึ่ง วิธีในการป้องกันภาวะจมูกบ่มหรือจมูกยุบ โดยข้อดีของวิธีนี้คือไม่จำเป็นต้องเจ็บแผลบริเวณหลังหูหรือบริเวณก้นกบ อีกทั้ง เนื้อเยื่อเทียม ยังเป็นเนื้อเยื่อบริเวณผิวหนังชั้น Dermis ซึ่งมีความหนาและเหนียวกว่าเนื้อเยื่อไขมันมาก

ดังนั้นในทางทฤษฎีแล้วการเติมเนื้อด้วยวิธีนี้จะช่วยลดเวลาการพักฟื้นของจมูกได้ อย่างไรก็ตามข้อเสียของวิธีนี้คือมีราคาค่อนข้างแพง และอาจเกิดการระคายเคืองบริเวณปลายจมูกได้ในบางราย แต่อย่างไรก็ตามจากที่หมอเคยเจอปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หมด

ถอดซิลิโคนจมูก รีวิว

จมูกรัดแกนปลายจะเล็กลงไหม

ถอดซิลิโคนจมูก ราคา

ถอดซิลิโคนจมูก มีราคาโดยทั่วไปประมาณ 8,000 ถึง 15,000 บาท ขึ้นกับมาตรฐานของคลินิก ประสบการณ์ของแพทย์ และวัสดุรองปลายที่ใช้ ที่หมอเคยเจอคือในบางคลินิกพี่คิดราคาถูกมาก แต่ก็เป็นการถอดซิลิโคนจมูกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้รองปลายจมูก ไม่ได้ฉีดยาฆ่าเชื้อ ไม่ได้ให้ยาทาฆ่าเชื้อ

ซึ่งพอมาเจอหมออีกทีก็เกิดภาวะจมูกบุ๋มหรือจมูกยุบไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการแก้ไขในภายหลัง เป็นการแก้ไขที่วุ่นวายมาก เพราะเนื้อจมูกเกิดผังผืดและหดรั้งไปเรียบร้อยแล้ว หรือในบางทีก็บอกจะรองปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียม แต่ก็เป็นเนื้อเยื่อเทียมทิพย์ ก็คือบอกว่าจะใส่เนื้อเยื่อเทียมแต่ก็ไม่ได้ใส่จริง สุดท้ายก็เกิดจมูกยุบอยู่ดี

ถอดจมูกที่ไหนดี

  1. เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการถอดซิลิโคนจมูก อย่างที่แจ้งว่า การป้องกันการติดเชื้อและการเลือกวัสดุรองปลาย ในชั้นที่ถูกต้องเป็นคีย์สำคัญในการแก้ไขภาวะจมูกทะลุ หากไปเจอหมอปลอมหรือหมอเถื่อนที่คิดราคาถูกแล้ว อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาในอนาคต
  2. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพราะในการถอดซิลิโคนจมูก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้อุปกรณ์ที่ปราศจากเชื้อ ดังนั้นหากคลินิกไม่ได้มาตรฐานแล้วอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ผลของการรักษาแย่ลง

ทางเลือกใหม่ในการถอดซิลิโคนจมูก

เทคนิค MIMS (Minimize Infection and Maximize Sterile) เป็นเทคนิคใหม่ในการลดโอกาสติดเชื้อ โดย Minimize Infection เป็นการให้ยาฆ่าเชื้อชนิดแรงทางหลอดเลือด ยาปฏิชีวนะขนาดกว้างแบบกิน และยาทาฆ่าเชื้อบริเวณผิวหนัง เพื่อลดจำนวนเชื้อโรค และแบคทีเรีย

อันเป็นสาเหตุของภาวะแทรกซ้อนของการถอดซิลิโคนจมูก และ Maximize Sterile เป็นการถอดจมูกด้วยเครื่องมือที Sterile ขั้นสูง และเอาออกโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ รวดเร็ว ไม่เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติมหรือเกิดจมูกอักเสบในภายหลัง ซึ่งจากประสบการณ์ที่หมอใช้ พบว่าได้ผลค่อนข้างดีมาก

สรุป

การถอดซิลิโคนจมูกหรือถอดจมูกใช้ในการแก้ไขภาวะจมูกทะลุ จมูกติดเชื้อ หรือจมูกอักเสบ ใช้เวลา 7 ถึง 14 วันในการฟื้นตัว และจำเป็นต้องพักจมูกเป็นเวลา 3 ถึง 6 เดือน ประเด็นสำคัญในการถอดซิลิโคนจมูกก็คือต้องถอดอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันการติดเชื้อ

โดยที่ เนสคลินิก จะให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือด ให้ยาฆ่าเชื้อแบบกิน และให้ยาฆ่าเชื้อแบบทา เพื่อให้มั่นใจว่าโอกาสการติดเชื้อจะน้อยที่สุด และเลือกวัสดุรองปลายจมูกที่เหมาะสม ซึ่งได้แก่เติมไขมัน หรือใส่ไขมัน หรืออาจรองปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียม

ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน การเลือกถอดจมูก ควรทำกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงการทำราคาถูกเกินไปเนื่องจากอาจเจอหมอเถื่อนหรือหมอปลอมและคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งส่งผลให้เการติดเชื้อแย่ลง